
คุณเคยพบกับเรื่องที่เจ็บขนาดรู้สึกว่าเศร้าที่สุดในโลกหรือไม่ครับ?
ผมว่าก็คงไม่มีใครอยากจะเจอกับเรื่องแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งก็แปลกเหลือเกิน เพราะชีวิตที่เรียบๆ ง่ายๆ แบบนี้กลับเจอเรื่องที่ว่าขึ้นมาภายในเวลาสัปดาห์เดียวนะครับ...ผีห่าซาตานตนไหนกันหนอที่ทำให้ต้องเจอเรื่องเจ็บเพื่อให้จำแบบนี้
- เรื่องของคุณหญิง สว. และ คตง ยังไม่จบหลังผ่าน 90 วันไปแล้ว
- สส. สว เสนอกฎหมายให้รับเงินเดือนบำเหน็จบำนาน...จากผลงานหลายอย่างที่น่าอดสู หรือผลงานที่ทำเพื่อพรรค เพื่อพวก มิใช่ทำเพื่อประชาชน
- โครงการรถไฟฟ้าที่รัฐบาลประกาศไว้เหมือนหลายเดือนที่แล้ว บัดนี้พิสูจน์ว่ามันเป็นเพียงน้ำลายของนักการเมือง ซึ่งทำให้เรามิอาจจะให้ความเชื่อถือมันได้อีกต่อไป
- หมาร็อตไวเลอร์โดนยิงตาย เจ้าของบอกให้ตำรวจยิงทั้งๆ ที่มันถูกล่ามและสงบลงแล้ว
- กฎหมายบังคับให้มีการออม โดยหัก 6 เปอร์เซ็นต์ไปใส่กองทุน
- แกรมมี่ฯ ตีท้ายครัวเข้ามาซื้อหุ้นมติชนและโพสต์...พร้อมกับประกาศเจตนาของการทำหนังสือพิมพ์ของมนุษย์ชื่อไพบูลย์เอาไว้ว่า...ผมจะทำหนังสือพิมพ์ให้รัฐบาลอ่าน!! ลองฟังดูนะครับ นาทีที่ 9.02 เป็นต้นไป...ประโยคทองคำเชียวแหล่ะ
เรื่องทุกเรื่องทำให้ผมงงว่า นี่เราอยู่ในประเทศอะไรกันแน่ ประเทศไทย หรือ ประเทศทุน?
(เรื่องหมาโดนยิงอาจจะไม่เกี่ยวนะครับ...แต่มันก็ทำให้ผมเศร้าเหมือนกัน)
...........
พูดถึงเรื่องประเทศทุน...บรรดาผู้แวดล้อมและผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังนั้น ผมเคยนึกๆ อยู่บ้างว่า เขาจะคิดบ้างไหมว่า วันหนึ่งจะตายแล้วเมื่อเขาตาย เขาก็เอาอะไรไปไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
คนพวกนี้พอถึงวันสุดท้ายแล้วจะสำนึกหรือไม่นะว่าไอ้ที่ตัวเองทำๆ ลงไปนั้น มันทำให้ผู้คนเขารู้สึกอย่างไรและเจ็บปวด โศกเศร้าแค่ไหน...คนพวกนี้ยิ้มร่าและทำหน้าชื่นต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศได้อย่างไรอย่างไม่สะทกสะท้าน
นรกขุมไหนหรือนี่ก่อกำเนิดพวกเขามา ?
แต่ก็อีกแหล่ะครับ สันดานของสิ่งมีชีวิตบางประเภท ต่อให้ใกล้จะตายและมันก็คงไม่สำนึกอะไรเหมือนกัน
ช่วงนี้มีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่ผมเอามาเปิดบ่อยในรายการทาง www.managerradio.com เป็นงานใหม่ของ "แอ๊ด คาราบาว" ที่เอาบทเพลงซึ่งแต่งโดย คุณทิวา สาระจูฑะ ผู้สันทัดกรณีแห่งสำนักสีสัน เขียนเนื้อร้องและทำนองเอามาถ่ายทอดให้ฟังกัน เป็นงานที่ถ้าฟังชื่ออัลบั้มแล้วอาจจะไม่อยากฟังเลย
ซึม...เศร้า...เหงา...แฮงก์
แม้ชื่ออาจจะฟังไม่ดี แต่เมื่อลองฟังดูแล้ว...ต้องบอกว่า งานนี้ทำได้สมกับชื่อที่เขาตั้งไว้...คือทั้ง ซึม เศร้า และเหงา
ผมไม่เห็นแววแฮงค์ครับ...เพราะเข้าใจว่าคนแฮงค์นั้นคงทำงานที่ดูดีมีสติแบบนี้ไม่ได้
ทั้งชุดนี้เป็นเพลงที่แสดงผลงานของคนที่ผ่านโลกและเข้าใจโลกอยู่มาก...น้ำเสียงและภาคดนตรีที่บรรจงทำขึ้นมานั้น ทำได้เก๋ามาก...ส่วนตัวผมชอบเครื่องเป่าที่เอามาใส่ไว้ในสำเนียงที่เหงาๆ แบบนี้ มันโป๊และเปลือยอารมณ์ได้จับใจนัก
อีกอย่างที่แปลกก็คือ งานนี้ไม่มีจังหวะ 3 ช่ามาเกี่ยวข้องด้วย...ซึ่งก็ฟังดีนะครับ จนลืมไปแล้วว่า คุณแอ๊ดเธอร้องเพลงจังหวะอื่นๆ ได้ด้วย มิใช่สามช่าเพียงอย่างเดียว...พูดถึงตรงนี้ก็อยากให้หลายคนลืมภาพในคอนเสิร์ต สืบ กันหน่อย เพราะที่กำลังพูดนี้พูดถึงตัวเพลงมิใช่พูดถึงคนร้อง
มีเพลงอยู่เพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้อยากแนะนำให้คนที่ไม่สำเหนียกว่าความตายมีจริง แล้วเมื่อรู้ว่าเวลาจะตายมาถึงก็ดันจะมาสำนึก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นมีเวลาให้คิดดี ทำดี ทำได้ไม่ต้องเดี๋ยว...แต่ก็ดันไม่ทำกัน มาปกปิดหมกเม็ดเพื่อจะกอบเพื่อจะโกย เพื่อไปให้ถึงฟ้า...ทั้งๆ ที่พวกนรกนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลย
ไอ้คนประเภทนี้เยอะครับ ในนิยายกรีกก็มี อิคารัส ที่พยายามบินไปให้ถึงพระอาทิตย์ แต่ก็โดนแสดงอาทิตย์เผ้าขี้ผึ้งที่ปีกที่เขาสร้างขึ้นมาเองจนกระทั่งต้องตกลงมาคอหักตาย
ในนิยายจีนเรื่องหงส์ผงาดฟ้า...เราเห็นเจ้านครเมฆขาวที่อยากเป็นฮ่องเต้ต้องมาพ่ายต่อสุดยอดกระบี่เป่าหิมะ ไซมึ้งชวนเสาะ เพราะมันขาดคุณธรรมในใจ ฉากกระตะเกียกตะกายจนขึ้นไปที่บัลลังก์ฮ่องเต้แต่ขาดใจตายเพราะวาสนาไม่ถึงนั้นเป็นฉากที่สอนใจได้ดี
งานนี้หลายเพลงดีครับ หลายเพลงเป็นเพลงเก่าที่เราเคยได้ยินในเวอร์ชั่นอื่นมาแล้วเช่นที่คุณ เป้ สีน้ำเคยร้องไว้
แต่ที่ผมชอบที่สุดก็คือ เวลาที่เหลือ...ซึ่งเคยเป็นเพลงประกอบในหนังซุ้มมือปืน...ย้ำว่าเป็นคนละเพลงกับที่อิทธิ พลางกูร เคยมีเหมือนกัน
ในความเศร้า...เพลงนี้เศร้ากว่า...ในความโดนใจ ผมว่าเพลงนี้ก็โดนใจกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรานึกๆ ว่าไอ้คนบ้าที่พยายามซื้อทุกสิ่ง ไขว่คว้าทุกสิ่ง และทำร้ายทุกสิ่งที่เรารักนั้น เมื่อมันจะตายมันจะเป็นเช่นนี้หรือไม่
ฟังจบไปหลายรอบแล้วเชื่อว่า ถ้างานนี้จะขายไม่ได้หรือไม่มียอดที่พุ่งทะลุจนทำให้วงการกลับมาคึกคักกัน...ก็คงไม่ใช่เพราะอัลบั้มนี้ไม่ดีหรอกครับ
แต่อาจจะเป็นเพราะ ชะตากรรม หรือเพราะคนฟังจำนวนมากยังแฮงก์หรือสมองฝ่ออยู่กับดนตรีของปลอมจากค่ายยักษ์กันอยู่
ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของคนฟังอีกเหมือนกัน!!
..........
พูดถึงเรื่องของอากู๋จะทำหนังสือพิมพ์ให้รัฐบาลอ่าน...ความจริงก็ไม่ได้แตกต่างกับที่สื่อทีวี หรือ สื่อวิทยุ ก็พร้อมจะทำอะไรต่อมิอะไรให้รัฐบาลดูอยู่แล้ว แต่เพียงแต่ครั้งนี้มัน ตรงและ โจ่งแจ้ง จนน่าตกใจ
ที่สำคัญไอ้ที่ว่ามาทำธุรกิจเฉยๆ ไม่ยุ่งอะไรเลยคงไม่ใช่ เพราะเป้าที่จะคว้าหุ้นให้ได้ 51 เปอร์เซ็นต์และเปลี่ยนเป็น 75 เปอร์เซ็นต์นั้น มันออกจะทะแม่งไปหน่อย อย่างที่หลายคนมองว่าอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อว่า จะไม่มาก้าวก่ายต่อกอง บก. เขา
แค่นโยบายทำหนังสือพิมพ์ให้รัฐบาลอ่านนี่ก็แย่พอแล้ว
เขียนเรื่องมติชนหน่อยเพราะผมเองเคยเขียนในมติชนสุดสัปดาห์มาตั้ง 2 ปี เป็นสองปีที่สนุกสนานมากๆ ด้วยความกรุณาจากคุณเสถียร จันทิมาทร และ คุณแจ๋ว ปราย พันแสง ที่เป็นอยู่วันนี้ได้ส่วนหนึ่งก็เพราะมติชนเหมือนกัน
โดนคนอ่านด่าก็โดนที่มติชน มีคนให้กำลังใจก็ที่มติชน...ถึงวันนี้ก็ยังคิดถึงไม่หาย
ก็ไม่รู้ว่าชะตากรรมของคนที่เคยเป็น พี่ เพื่อน และน้องที่มติชนจะเป็นอย่างไรต่อไป เท่าที่ทำได้ก็คงจะต้องดูให้กำลังใจกันผ่านเพลง กับคนแบบนี้เพลงๆ หนึ่งในสังกัดแกรมมี่เองน่าจะใช้ได้...เพลงเก่าของอำพล ลำพูน นะครับ เพลงนี้ชื่อสั้นๆ แต่เหมาะมากที่คนของมติชนน่าจะเอาไว้ร้องกัน เผื่อเจอหน้าผู้บริหารใหม่
ฝากรอยเท้าเอาไว้...ไงครับ
จะร้องกันอย่างเดียว หรือ จะทำอย่างอื่นด้วย...แล้วแต่คนของมติชนละครับ
..........
ปล. ก่อนอื่นเลยขอบอกแฟนๆ คอลัมน์ที่คอยติดตามเรื่องของเพลงปลุกใจกัน ต้องบอกว่า ตอนนี้วัตถุดิบที่จะเอามาเปิดให้ท่านผู้อ่านทางเว็บไซต์ได้ฟังไปด้วยนั้นหมดแล้วครับ ถ้าเผื่อท่านผู้อ่านอยากจะให้ผมเขียนต่อก็ช่วยชี้ทางสว่างให้ไปหาเพลงเหล่านั้นมาหน่อยครับ
เพราะเพลงมาร์ชของทหารเหล่าต่างๆ นั้น เข้าใจว่าจะไม่มีการบันทึกหรือเก็บไว้ในรูปแบบอื่นๆ นอกจากเทปคาสเซ็ตเลย ตอนนี้บอกตามตรงว่าไปหาที่ไหนสุ้มเสียงก็จะดูแย่ไปหมด
เอาเป็นว่าถ้าเผื่อท่านผู้อ่านมีอยู่และคุณภาพพอไหว ผมก็จะขอยืมมา transferให้เป็นดิจิตอลเพื่อเปิดให้ท่านผู้อ่านอื่นๆหน่อยนะครับ ท่านที่มีกรุณาทิ้ง อีเมล์ เอาไว้ที่ใต้คอลัมน์หรือในความเห็นนะครับ จะขอขอบพระคุณล่วงหน้าตรงนี้เลย
โดย : ต่อพงษ์
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ ๑๖ ก.ย. ๒๕๔๘ ๑๑:๐๑ น.
เว็บไซต์ : เวลาที่เหลือ.. ของคนไม่รู้จักพอ
|