สิ่งที่ "แอ๊ด คาราบาว" พูดถูกในช่วงเริ่มต้นคอนเสิร์ต "นาวา คาราบาว" ก็คือราคาของบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ (1,500 2,000 และ 2,500 บาท)ค่อนข้างสูงจนน่าตกใจ
แต่สิ่งที่เจ้าตัวเข้าใจผิดก็คือความคาดหวังที่ว่าการเล่นร่วมกันระหว่างพลพรรค "คาราบาว" ของเขากับวงออเคสตร้า "ไลฟ์ ออเคสตร้า ราชนาวี" นั้นน่าจะมีอะไรที่พิเศษและแปลกแตกต่าง...
ผ่านไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ต "นาวา คาราบาว" กับการบรรเลงร่วมกันระหว่างวงดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดัง "คาราบาว - ไลฟ์ ออเคสตร้า ราชนาวี" ในช่วงคืนวันวานที่ผ่านมา (30 เมษายน 2548) ผลงานการจัดของคลื่น "106 ไลฟ์ เอฟ.เอ็ม." บริษัทสกาย-ไฮน์ เน็ตเวิร์ก โดยมีแฟนเพลงทั้งรุ่นเก่าและใหม่เข้าไปชมกันเต็มความจุของหอประชุมกองทัพเรือ (หอประชุมเอเปค) ถ.อรุณอัมรินทร์
เริ่มต้นด้วยกาพย์เห่แบบสั้นๆ ผลงานการประพันธ์ของกวีชื่อดัง "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" ก่อนที่เสียงเพลง "พระเจ้าตาก" โดยคอรัสทหารเรือจะดังขึ้นมา ต่อมา 3 สมาชิกของคาราบาว "แอ๊ด-เล็ก-เทียรี่" จึงทยอยออกมาทีละคนๆ ด้วยเพลงที่เกี่ยวข้องกับทหารเรือ ทั้ง วอลซ์นาวี, พรานทะเล และ Navy Blue เป็นการเปิดตัวและเริ่มคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการ
หลังจากนั้นหลากหลายบทเพลงของคาราบาวทั้งเก่าและใหม่กว่า 30 เพลงก็ทยอยถูกบรรเลงออกมาสลับกับการพูดคุย(และเล่นมุก) ทั้ง ขวานไทยใจหนึ่งเดียว, เวลคัมทูไทยแลนด์,สามัคคีประเทศไทย, วิหคพลัดถิ่น, เรฟูจี, แม่สาย, ซับน้ำตาอันดามัน, ทะเลใจ, บางระจันวันเพ็ญ, ฤกษ์ดาวเทียม, วณิพก, คนจนผู้ยิ่งใหญ่ ฯลฯ และ บัวลอย ซึ่งทันทีที่เพลงนี้จบลงไฟบนเวทีก็ดับสนิท ทิ้งช่วงให้แฟนๆ พากันอังกอร์ร้องขอเอาอีก ไม่ถึง 2 นาที เสียงขลุ่ยจากเพลงเมดอินไทยแลนด์ก็ดังขึ้นท่ามกลางความมืดของบนเวทีและเสียงปรบมือของคนข้างล่าง ก่อนที่สมาชิกของคาราบาวจะออกมาเล่นเพลงดังกล่าวเป็นการจบคอนเสิร์ตอย่างแท้จริง
เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่
เอากันตั้งแต่เรื่องของการไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการนำวงออเคสตร้าที่มีเครื่องดนตรีกว่า 50 ชิ้นมาเล่น(รวมทั้งคอรัสทั้ง 8)เนื่องจากตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงกว่าๆ นั้นเสียงจากการบรรเลงของวงออเคสตร้าดังเบามาก รวมไปถึงการไม่มีการเรียบเรียงใหม่ส่งผลให้สภาพของไลฟ์ ออเคสตร้า ราชนาวีไม่ต่างไปจากอะไรเครื่องดนตรีประกอบชิ้นหนึ่งของคาราบาวแต่ออกมาแบบต่างคนต่างเล่นแทนที่จะเป็นพระเอกที่เดินคู่กันไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ เนื่องจากหลายเพลงของคาราบาวทั้ง สามัคคีประเทศไทย, ขวานไทยใจหนึ่งเดียว, บางระจัน, เรฟูจี หรือแม้กระทั่งซับน้ำตาอันดามัน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เปิดช่องให้ใส่ความอลังการทางด้านเสียงลงไปได้ทั้งสิ้น
ที่สำคัญเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้ซ้อมกันมาก่อนขนาดที่หัวหน้าวงคาราบาวยังพูดออกไมค์เลยว่ารู้สึกแปลกๆ และยังนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าการแสดงร่วมกันระหว่างคาราบาวของเขากับวงออเคสตร้าจะออกมาเป็นเช่นไร (ส่วนเรื่องที่เจ้าตัวประกาศชื่อเพลงผิด ร้องเพลงสามัคคีประเทศไทยคร่อมจังหวะ จะมาจากเหตุผลเดียวกันหรือเปล่า? อันนี้ต้องถามเจ้าตัว)
เรื่องของระบบเสียงเองก็เป็นปัญหาอย่างมากเพราะในขณะที่เสียงจากวงออเคสตร้าจะเบา(มากๆ)แล้ว เสียงที่ออกมาโดยรวมก็ไม่มีความคงเส้นคงวาโดยเฉพาะด้านหลังๆ ที่เหมือนกับว่าเสียงจะเดินทางไปไม่ถึง ในขณะเดียวกันเสียงกีต้าร์ของ "หมี คาราบาว" เองกลับดังมากจนกลบเสียงอื่นๆ เกือบหมด ไม่นับไปถึงปัญหาเล็กน้อยอย่างภาพกราฟฟิกบนจอทั้งสองข้างซึ่งจืดชืดเอามากๆ ไม่มีความน่าดูหรือเต้นทั้งสิ้น
การจัดลำดับเพลงที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ช้าก็ช้าเร็วก็เร็ว เล่นเพลงนึงแล้วก็เว้นพูด(เพื่อเข้าเพลง)ทีนึง รวมไปถึง(การเลือก)สถานที่ก็เป็นส่วนที่ทำให้ "นาวา คาราบาว" ไม่สนุกได้เต็มที่
จนเกือบจะเป็นปัญหาขึ้น
เพราะในขณะที่แฟนเพลงส่วนหนึ่งต้องการจะลุกขึ้นมาเต้นทางการ์ดของหอประชุมเองกลับเข้ามาสั่งห้ามถึงขนาดไล่แฟนเพลงที่จะเต้นให้ออกไปจากหอประชุมเล่นเอาหลายคนออกอาการอึดอัดและบ่นกันอย่างหัวเสีย กระทั่งในช่วงท้ายๆ ที่ยกชุดเพลงโจ๊ะทั้ง ราชาเงินผ่อน, วณิพก, คนล่าฝัน ฯ มาเล่น แบบต่อเนื่องพร้อมๆ กับที่แอ๊ดได้ประกาศออกไมค์ว่า ลุกขึ้นมาเต้นได้...เท่านั้นแหละบรรยากาศการดูคอนเสิร์ตแบบคาราบาวอย่างแท้จริงจึงเกิดขึ้น
กรณีความไม่พอใจของแฟนเพลงกับเจ้าหน้าที่ล้วนแล้วน่าเห็นใจทั้งสองฝ่าย ในส่วนของแฟนเพลงเองถ้าดูคาราบาวแล้วไม่ได้เป่าปากวี๊ดวิ้ว ไม่ได้ส่งเสียงโห่ฮาหรือว่าลุกขึ้นมายักย้ายส่ายสะโพกหลายคนบอกว่าอย่ามาดูเสียเลยดีกว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่เอง (บางคน)แม้จะทำตัวแบบคนไม่มีดนตรีในจิตใจ กร่างและกระทำเกินเหตุ ใช้คำพูดและน้ำเสียงที่ไม่สุภาพแสดงท่าทางราวกับนักเลง ทว่าก็เพื่อที่จะต้องการจะรักษาภาพให้เรียบร้อยเหมาะสมกับความโอ่อ่าของสถานที่เอาไว้
จะว่าไปแล้วปัญหาต่างๆ ทั้งในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากวงออเคสตร้าได้ไม่เต็มที่ บรรยากาศของคอนเสิร์ตที่ชวนให้อึดอัดทั้งนักดนตรีและแฟนเพลง รวมถึงความขัดแย้งต่างๆ จะไม่เกิดขึ้นเลยหากเจ้าของคอนเสิร์ตมีความขยันทำการบ้านและใส่ใจมากกว่านี้รวมทั้งชัดเจนว่าอยากให้บรรยากาศของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ออกมาเป็นเช่นไร? จะเอาแบบให้เกิดอารมณ์อิ่มเอมแบบหรูหราประทับใจ จะเอาสนุกแบบงานวัด หรือจะผสมผสานกันไป
ไม่ใช่ทำออกมาผิดที่ผิดคน ผิดฝาผิดตัว และไม่มีอะไรที่พิเศษแปลกใหม่ขึ้นมาเลย
นี่ถ้าไม่มีเรื่องการกุศลเข้ามาเกี่ยวข้อง เห็นทีแฟนคาราบาวคงเสียอารมณ์มากกว่านี้
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ ๑ พ.ค. ๒๕๔๘ ๑๓:๓๓ น.
เว็บไซต์ : “นาวา คาราบาว” ผิดที่ อ่อนซ้อม
|